กัมบัตเตะเนะ

posted on 30 Apr 2012 02:47 by gabrial  in Life-Dairy
ผ่านช่วงเวลาแห่งความบอบช้ำมานานแล้วนะครับสำหรับมหาอุทกภัยที่ผ่านมา
แต่ผมยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี ได้มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ประสบภัยอยู่เกือบ สองสัปดาห์ก่อนน้ำลด
หลังจากมวลน้ำก้อนใหญ่ถล่มลำลูกกา ผมยังจำได้ ผมนอนไม่หลับทุกคืนเลย เฝัาข่าว คอยข่าวตลอด
สุดท้ายทนไม่ไหวก็ตัดสินใจ อพยพก่อนมวลน้ำถล่มสายไหมแค่สองวัน
ผมไปเช่าห้องอยู่บางพระมา 1 เดือน กลับมาอยู่หนองจอกอีก 2-3 วัน
ก่อนที่จะลุยน้ำเข้าบ้าน และจอดรถทิ้งไว้ที่สะพานหน้าวัดออเงิน
ทุกวันนี้ยังไม่ได้เคลมประกัน รอยบุบตรงแก้มขวาของรถเลย 55
ผมได้มีโอกาสติดตามแฟนเพจของค่าย Loveis
ได้รู้จักวง 3AM อันประกอบไปด้วย น้าบอย พี่บอย และ น้องแตม 
และรู้ว่าช่วงซึนามิที่ญี่ปุ่นที่ผ่านมา วงนี้ได้ทำเพลง กัมบัตเตะเนะ 
ส่งเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเพลงที่เพราะมาก ดูมิวสิคแล้วน้ำตาจะไหลริน
 
จากนั้นเมื่อคราวที่เมืองไทยประสบอุทกภัย ผมไม่คิดเลยว่า
จะมีวงชาวญี่ปุ่น(เป็นวงที่ผมติดตามผลงานอยู่แล้ว ชื่อวงหนุมานแบนด์)
ได้ร้องเพลงนี้ส่งกลับคืนให้คนไทย
ผมคงไม่สามารถอธิบายอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว
นี่เป็น ไฟล์ที่ผมค้นเจอใน Youtube ซึ่งเค้าเอาเพลงที่ทั้งสองวงร้องมารวมกัน

edit @ 30 Apr 2012 02:59:18 by I'm done

Richard Davoud Donchian
เป็นผู้ให้กำเนิด การเล่นหุ้นแบบ Trend Follower
ผมได้ก็อปปี้ข้อมูลมาจาก Mangmao.com
ซึ่งมีทั้งหมด 2 ตอนตามลิงค์นี้ครับ

วิธีการเล่นหุ้นแบบ Richard Donchian บรรพบุรุษของเหล่า Trend follower ( ตอนที่ 1)

 
ซึ่งผมเองพอได้อ่านแล้วก็ปรากฎว่า ชอบมากเลยครับ ตัวของริชาร์ดเองนั้น เริ่มต้นชีวิตในวงการตลาดหุ้นเมื่อปี 1930 และเริ่มมาประสบความสำเร็จอย่างจริงจังในการเป็นนักเล่นหุ้นเมื่อปี 1974 หมายความว่าไงครับก็หมายความว่า 44 ปี ที่พากเพียรจนประสบความสำเร็จนั่นเอง
แนวทางการเล่นหุ้นของ Donchian
  1. จงระวังการตัดสินใจของคุณ จากข้อมูลข่าวสารที่เป็นที่กล่าวขานและเข้าถึงกันได้ทั่วไปจากมวลชน เพราะถึงแม้มันจะถูกต้อง มันจะทำให้การเคลื่อนตัวของราคาไปได้ไม่ไกล และช้าลง

  2. ในช่วงเวลาที่ตลาดเงียบเหงานั้น จงคอยเตรียมพร้อมที่จะเกาะไปกับแนวโน้มที่มาพร้อมกับโวลุ่ม หรือปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  3. จำกัดการขาดทุน และ ปล่อยให้หุ้นวิ่งไปเพื่อทำกำไรก้อนโต ไม่ต้องไปคิดถึงสิ่งอื่นนอกจากนี้

  4. เมื่อตลาดกำลังผันผวน อย่าเชื่อมั่นและทุ่มเทในสิ่งใดเกินไป แนวโน้มที่ชัดเจนนั้น จะเกิดขึ้นบ่อยพอที่จะทำให้ชีวิตเราได้ตื่นเต้น และจงทุ่มเทลงไปเมื่อมันได้เกิดขึ้น การกระทำอย่างนี้จะทำให้เรา สามารถลดการขาดทุนจาก Whipsaw หรือ Error ของตลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างมากมาย

  5. ระวังในการเข้าซื้อขาย อย่าด่วนเข้าซื้อเมื่อแนวโน้มได้เกิดขึ้นมาเกิน 3 วันจงรอ การกลับตัวลงมา

  6. การใช้ Stop loss หรือการคุมต้นทุนอย่างรอบคอบเป็นสิ่งที่มีผลต่อการเล่นหุ้นให้ได้กำไร และจุด Stop loss นั้นสามารถนำมาใช้เพื่อการปกป้องกำไรของคุณได้เช่นกัน

    ต้องรู้จักการจำกัดการขาดทุนและเข้าซื้อ-ขายจากรูปแบบpattern ที่มีความน่าเชื่อถือและแม่นยำต่างๆของราคาหุ้น เช่น รูปแบบ สามเหลี่ยม

    Stop หรือจุดตัดขาดทุนจะมีค่า และเชื่อถือได้มากขึ้นหากใช้ร่วมกับ รูปแบบการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ

  7. ใน เวลาที่การเคลื่อนใหวของตลาดหุ้นนั้น เคลื่อนขึ้น หรือลง ในระยะพอพอๆกัน เราควรทุ่มเงินลงในตลาดขาขึ้นเนื่องด้วยเหตุผลทาง สัดส่วน Percent ของกำไร เช่น หุ้นลงจาก 50 ลงมาถึง 25 จะเท่ากับ 50% แต่หากหุ้นขึ้นจาก 25 ไป 50 จะเท่ากับ 100% ( และอย่าลืมว่าหุ้นลงไปได้จนถึง 0 แต่ขึ้นได้ไม่จำกัด )

  8. ในการเข้าซื้อ การตั้งราคารอ นั้นยอมรับได้ แต่เมื่อถึงเวลาขาย ต้องขายทันที ( โยนทิ้งไปเลยครับ )

  9. ซื้อหุ้นที่แข็งแกร่ง ทั้ง ราคา, แนวโน้มของหุ้น และปัจจัยพื้นฐาน และ ต้องขายหุ้นเน่าๆอ่อนแอ ทิ้งไปซะ

  10. การเคลื่อนของตลาดที่มีกลุ่ม Rails (ขนส่งทางรถไฟ) เป็นตัวดันนั้นน่าสนใจมากกว่าการเคลื่อนที่ที่กลุ่ม Rails นั้นไม่ดันขึ้นไปด้วย ( ประยุกต์หน่อยก็คือ ตลาดที่เคลื่อนไปด้วยแรงดันของหุ้น Big Cap ทั้งหลายจะน่าสนใจกว่า ดันตัวเล็กๆปั่นขึ้นมาเล่น นั่นเองครับ)

  11. การ ศึกษาปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว และความแข็งแกร่งของบริษัทนั้นๆเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกับการ วิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค (พื้นฐานและกราฟ ควรไปด้วยกันนั่นเอง สังเกตุได้จากอดีตพวกตัวนำตลาดต่างๆไงครับ)

นี่คือส่วนแรก ซึ่งผมลงทุนในตลาดเก็งกำไร และสามารถเล่นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ก็ต้องมองที่ 5 ข้อแรกเป็นหลักครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นหลักการทางจิตวิทยา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการที่จะเป็นนักเก็งกำไรที่จะประสบความสำเร็จเลยทีเดียวครับ ทีนี้มาต่อกันในเรื่องของการวิเคราะห์ทางเทคนิคของคุณริชาร์ดกันบ้าง แกจัดไว้ 9 ข้อดังนี้ครับ

เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Richard Donchian

1. หุ้นที่ได้เคลื่อนใหวขึ้นหรือลงมาแล้วระยะหนึ่งแล้วพักตัวในรูปแบบ Sideway หรือ เคลื่อนที่ออกไปข้างๆ มักจะเคลื่อนไปต่อในทิศทางเดิม และโดยทั่วไปแล้วเมื่อหุ้นได้วิ่งขึ้นไปรอบที่ 2 หลักจากพักตัวไปแล้ว มักจะวิ่งกลับลงมาที่ Sideway เดิมอีกครั้ง

เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อ 1

……………………

2. จุดกลับตัวหรือแนวต้านนั้นมักจะเกิดขึ้นในระดับราคาที่เคยมีการ Sideway นานๆเป็นช่องแคบๆมาก่อน หรือในอีกกรณีหนึ่ง คือระดับราคาที่เป็นแนวรับแนวต้านเดิม


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อ 2

……………………

3. มองหาจังหวะ ซื้อหรือขายเมื่อราคาหุ้นวิ่งไปหา Trendline โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ โวลุ่มนั้นไม่มาก หรือลดน้อยลง และต้องระวังเส้น Trendline ที่ราคาคลอเคลียหรือวิ่งเข้าชนบ่อยเกินไป (ระวังหลุด Trendline)


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อ 3

……………………

4. ระมัดระวังเมื่อราคาของหุ้น “ไต่คลอเคลียไปตาม Trendline ระยะสั้น” และเตรียมพร้อมที่จะรับเมื่อเมื่อราคาหลุดทะลุเส้น Trendline อย่างแรง


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อ 4

……………………

5. เมื่อราคาหุ้นวิ่งทะลุ Trendline ระยะสั้นไป ตามแนวโน้มที่ใหญ่กว่าคือสัญญาณการเข้าซื้อที่สำคัญที่สุด เราควรเข้าซื้อ หรือขายหุ้นออกไป ณ จุดนี้


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian 5

……………………

6. กราฟ รูปแบบ สามเหลี่ยม นั้นอาจเกิดขึ้นเนื่องจากการ เก็บหุ้น หรือ ปล่อยของ ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย แต่โดยทั่วไป ราคามักจะวิ่งไปในทิศทางที่สามเหลี่ยมขนานกับพื้นที่สุด


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อที่ 6

……………………

7. คอยระวัง โวลุ่มพีค หรือ Volume Climax” เมื่อหุ้นได้วิ่งมาสูงเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อที่ 7

……………………

8. อย่าพยายามนับ Gap มั่วๆถ้านับไม่เป็น หรือแยกแยะไม่ออกว่า มันเป็น Gap ชนิดใหน (ข้อนี้เห็นบ่อยมาก นับกันมั่วไปหมด พอมี Gap เอะอะอะไรก็บอกต้องลงมาปิด หึหึ) เช่น Break away gaps, Normal gaps หรือ Exhaustion gaps


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคของ Donchian ข้อที่ 8

……………………

9. ระหว่าง ที่หุ้นกำลังเคลื่อนไปเรื่อยๆ ให้ซื้อเข้าซื้อเพิ่มในวันรุ่งขึ้นตั้งแต่เปิดตลาดหลังจากหุ้นได้กลับตัว มาวิ่งในทิศทางหลักของมัน อย่างไรก็ตามการกลับตัวอาจจะกลับตัวไม่ไกลนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า โวลุ่มไม่เข้าในวันที่ตลาดเริ่มกลับตัว


เคล็ดลับการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคแบบ Donchian ข้อที่ 9

 

ท้ายนี้ต้องขอบคุณ MangmaoClub.com มาก ๆ ครับ ผมได้สั่งหนังสือของคุณ เจสซี่ ลิเวอร์มอ มาอ่าน ปรากฎว่ายอดเยี่ยมทีเดียวครับ ใครยังไม่ได้อ่านลองหาซื้อได้ที่แมงเม่าบุคนะครับ

แต่ถ้าใครอ่านภาษาอังกฤษเก่ง ๆ ลองหาอีบุ๊คมาอ่านก็ได้ครับ เป็นประโยชน์มาก ๆ สำหรับนักเก็งกำไร ถือว่าได้อ่านตำราของปรมาจารย์กันเลยทีเดียว

edit @ 17 Feb 2012 09:36:50 by I'm done

วันแห่งความรัก

posted on 14 Feb 2012 14:14 by gabrial  in Life-Dairy
เฮ้อ...
ทะเลาะกับแฟนครับ
ผมให้น้ำหนักกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตมากเกินไปใช่มั๊ยเนี่ย
ผมไม่ได้ใส่ใจแฟนผมเลย
เฮ้อ...
ง้อยังไงดีง่ะ
 

เป้าหมายของในการเทรด

posted on 14 Feb 2012 00:42 by gabrial  in Trader
นอกจากเป้าหมายหลักที่จะบริหารพอร์ต พันล้านของผมแล้ว
นี่คือเป้าหมายย่อย ๆ ที่จะต้องทำให้สำเร็จ เป็นขั้น เป็นตอน
เพื่อเป็นบันไดแต่ละขั้นนำไปสู่จุดหมายได้อย่างมั่นคงและแน่นอน
 
ผมเริ่มต้นด้วยเงิน $10 เพื่อแข่งเทรดกับเพื่อน ๆ นักเทรด
ผมจะปั้นเงิน $10 ไปเป็น $100 ไปเป็น $1000 ให้ได้
ด้วยความรอบรู้และความชำนาญ
จากทุน $1000 เหรียญ
ผมจะต้องเทรดให้ได้กำไร 10% หรือมากกว่านั้น ภายใน 1 สัปดาห์
ถอนกำไรออกบางส่วน เพื่อนำมาใช้จ่าย
เพื่อทำให้การเทรดสามารถเลี้ยงชีพให้ได้
หลังจากนั้นผมจึงจะเพิ่มทุน อาจจะเข้าเทรดในตลาดหุ้น
พวกฟิวเจอร์ส ออปชั่น ต่าง ๆ เมื่อฝีมือเข้าขั้นแล้ว
 
ถามว่าทำไป ผมไม่ใส่เงิน พันเหรียญเข้าไปเลย
คำตอบคือ ผมยังมือใหม่ครับ
ถ้าผมใส่เงินเข้าไปเลย ผมก็อาจจะเหลือ 100 หรือ 10 ภายในเวลาไม่นาน
กลับกัน ถ้าผมพยายามปั้น 10 -> 100 -> 1000 
ระยะเวลาที่ผ่านในแต่ละขั้น จะสร้างความรู้ในการเทรด
ภูมิคุ้มกัน สร้างระบบ การเข้าออก ต่าง ๆ นา ๆ หลักจิตวิทยาต่าง ๆ 
ซึ่งผมอาจจะต้องอ่านหนังสือเป็นร้อย ๆ เล่ม เพื่อรวบรวมความคิด
แต่ถ้าผมลงสนามจริง ๆ ผมแทบไม่ต้องอ่านหนังสือมากเลย
ความรู้ในการเทรดจะบังเกิดขึ้นเอง
จาก 10 -> 100
จาก 100 -> 1,000 
จาก 1,000 -> 10,000
จาก 10,000 -> 100,000
จาก 100,000 -> 1,000,000
มันใช้วิธีการเดียวกันครับ
เพียงแต่ในการเทรดแต่ละครั้ง อาจจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป
ถ้าผมทำสองขั้นแรกได้
ผมก็ทำสามขึ้นสุดท้ายได้เหมือนกัน
นึกแล้ว นอนไม่หลับเลยนะเนี่ย
หิวข้าว
ขณะนี้เวลา เที่ยงคืน ห้าสิบสี่นาที
วันวาเลนไทน์
รักนะ จุ๊บ ๆ
 

edit @ 14 Feb 2012 14:13:18 by I'm done

แข่งเทรดซะเลย

posted on 14 Feb 2012 00:28 by gabrial  in Trader
ผมยอมรับตรง ๆ ว่าผมไม่ใช่มือใหม่ครับ
ผมเคยเปิดบัญชีเทรดแล้วเมื่อปีก่อน
เทรดได้ประมาณ 2 สัปดาห์
เงินในพอร์ตก็มลายกลายเป็น 0 เนื่องจากมาร์จินไม่พอ
โดนบังคับขาย ล้างพอร์ตเลย ก็เลยหยุดเทรด
หันมาทำ Affiliate กับทาง Amazon.com ก็ปรากฎว่าดีครับ
ทุกวันนี้ยังมีรายได้เรื่อย ๆ กับทางป่าเขาลูกนั้น
แต่วันนี้ผมกลับมาอีกครับพร้อมความทะเยอทะยานเต็มเปี่ยม
เข้าลงแข่งกับเหล่าเซียนเทรดเดอร์มือฉมัง ประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ในตลาด Forex
 
นี่คือลิงค์การเจริญเติบโตของพอร์ตของผม
เริ่มแข่งเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมานี่เองด้วยทุน $10
 
ณ ขณะนี้ได้กำไรเพิ่มมาเป็น 11 เหรียญแล้ว ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
สถิติ เทรด 79 ครั้ง ชนะ 49 ครั้ง อืม ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับมือใหม่เนอะ
แต่อันดับหนึ่งบวกหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ 555
งานนี้สงสัยแข่งจบสิ้นเดือนนี้ น่าจะมีคนปั้นเงินจาก $10 ไปเป็น $100 ได้
สุดยอดแห่งความเก่งครับ

edit @ 14 Feb 2012 14:13:06 by I'm done

Leverage ทดเจ็บ

posted on 05 Feb 2012 01:42 by gabrial  in Trader
จริง ๆ แล้วหากต้องการฝึกฝนวิชาเทรดนั้น อาจจะไม่ต้องเรียนรู้ก็ได้
แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วรู้ไว้ก็ดีนะ เผื่ออนาคตต้องไปเจอเข้าก็จะได้ไม่งง
 
Leverage คือ จำนวนเปอร์เซนที่ได้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณซื้อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นโดยที่ราคาหุ้นละ 10 $ ต่อหุ้น คุณต้องใช้เงิน 1000$ เพื่อเปิดการเทรด บางโบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินเพื่อเทรดสูงถึง 50-80% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด แทนที่คุณจะใช้เงิน 1000$ แต่คุณกลับใช้แค่ 500 $ เท่านั้น เพื่อทำการเทรด สิ่งนี้แหละที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มาก โดยใช้เงินเท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางโบรกเกอร์ก็จะชาร์จกำไรจากการยืมของคุณ หลักการนี้ก็นำมาใช้กับตลาด Forex
 
แต่โบรกเกอร์ Forexให้คุณยืมถึง 99 % ของทั้งหมดเพื่อให้คุณเปิดการเทรดและคุณก็ใช้มันเพียงแค่ 1 % เท่านั้น ถ้าคุณต้องการเทรด 1000$ คุณใช้มันเพียงแค่ 10 $ นี่แหระครับ คือความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและตลาดฟอเร็กซ์ และตลาดฟอเร็กไม่ชาร์จกำไรจากการยืมของคุณด้วย
 
ขอบคุณข้อมูลและการอธิบายจาก http://www.maointer.com/index.php?topic=12.0
คืออธิบายไม่ถูกอ่ะนะ ขออนุญาตก็อปวางเลยละกันครับ ขอบคุณครับ
 
คำว่า Leverage นั้นจะใช้ควบคู่กับคำว่า Margin เสมอ ๆ เพราะว่า
1 % ที่คุณใช้คูณด้วยอัตราของ leverage นั้นจะถูกหารออกจาก Margin
แล้ว Margin คืออะไร มันก็คือ ต้นทุนของคุณนั่นแหละ
หมายความว่าเวลาที่คุณซื้อหรือขาย เมื่อขาดทุนมันก็จะหักมาจินออก ยิ่งขาดทุนไปเรื่อย ๆ 
Margin ของคุณก็จะลดลงเรื่อย ๆ และจะถูกปิดออเดอร์นั้น ๆ เมื่อ Margin ไม่พอนั่นเอง
 
เริ่มยากมั๊ยล่ะ เอาละ ลองมาดูว่า leverage นั้นมีเท่าไหร่กันบ้าง
1:1
1:2
1:10
1:100
1:200
1:400
1:500
1:1000
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละโบรกเกอร์ว่ามีระดับไหนให้ใช้บ้าง
ปกติที่เจอก็คือ 1:100 1:200 1:500 ประมาณนี้ครับ
อืม จบเรื่อง leverage ดีกว่า ต่อจากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการฝึกเทรด การเปิดปิดออเดอร์
แผนการเทรด Money Manage และอื่น ๆ อีกคับคั่ง จะทยอยเสิร์ฟ เอ้ย บันทึกลง ณ ที่แห่งนี้
เพียงลำพัง คนเดว รวยคนเดว

หัวใจสำคัญของ Trader

posted on 03 Feb 2012 13:08 by gabrial  in Trader
ระบบ เป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ Trader ทุกคนต้องมี
แต่สิ่งที่แบ่งแยกระหว่าง Trader ที่ประสบความสำเร็จ กับ Trader ขี้แพ้ก็คือ ทำตามระบบนั้นได้หรือไม่ต่างหาก
 
ระบบประกอบด้วย
1.ระบบการเข้า-ออก indicator
2.ระบบบริหารหน้าตัก Money Management
 
มีแค่นี้จริง ๆ ครับ
แต่ระบบมีความสำคัญแค่ 1 % เท่านั้น
ที่เหลืออีก 99% คือทำตามระบบให้ได้เท่านั้น
เพราะ trader ส่วนใหญ่ตายเพราะใจตัวเอง

ทำไมผมเลือกตลาด Forex?

posted on 03 Feb 2012 00:32 by gabrial  in Trader
ทำไมผมเลือกตลาด Forex? แทนที่จะตะลุยตลาดหุ้นไปเลย
คำตอบแรกผมตอบไปในโพสต์ เริ่มต้นเทรดแบบจริง ๆ จัง ๆ
แล้วนะครับว่า มันมีโปรแกรมนึงน่าสนใจคือ MT4
เหตุผลที่ผมไม่เลือกตลาดหุ้นเพราะกราฟหุ้นอ่านยากครับ
เนื่องจากมีทั้งหุ้นปั่น อีกอย่างหุ้นในแต่ละวันเคลื่อนไหวน้อย
แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ จะหาสัญญาณสวย ๆ เหมือนตลาดเงินหรือตลาดทองยาก
ผมก็เลยไปหาข้อมูลมาได้ว่าตลาด Forex เหมาะสมที่สุดที่ผมจะ
เริ่มต้นฝึกหัดการเป็น Prop Trader ให้กับกองทุนพันล้านของตัวเองในอนาคตครับ
 
ถ้าหากว่าผมสามารถทำได้ดีในตลาด Forex แล้วล่ะก็
ตลาดอื่นใดในโลกนี้ผมคงบ่ยั่น และคงสามารถทำให้
ความฝันเป็นจริงในซักวันหนึ่งอย่างแน่นอน
อย่าลืมเอาใจช่วยกันด้วยนะครับ
...เศรษฐีพันล้าน...
ความฝันของมนุษย์เดินดิน ข้าวไม่มีกิน น้ำไม่มีดื่มอย่างผม
คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก รวยพันล้าน เท่านั้นครับ
 
 
คือสถานที่ที่ผมเลือกที่จะเริ่มต้นในการเทรดนี้
 
คำถาม : ทำไมผมเลือกตลาด Forex ล่ะ
คำตอบ : คือ มันฟรีครับ
 
คำถาม : ทำไมถึงฟรีล่ะ
คำตอบ : ไม่รู้ครับ?!?
 
จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ฟรีหรอกครับ
หากคุณจะเริ่มเทรด คุณห้ามใช้เงินจริงเด็ดขาด
เพราะว่าคุณจะเสียจนหมดตัวน่ะสิ
 
อันดับแรกที่ผมเลือกเปิดบัญชีเทรดกับ FXOpen คือ มันมีสุดยอดโปรแกรมที่ทำให้ผมตาค้าง
มันคือโปรแกรม MetaTrader นั่นเองครับ
คราวหน้าผมจะเล่าถึงโปรแกรมตัวนี้ให้ฟัง
แต่วิธีการสมัครไม่ยากเลย
ก็แค่คลิกที่รูปแล้วไปเปิดบัญชี Demo กับโบรกเกอร์
เราก็ดาวน์โหลดโปรแกรม MT4 มาทดลองเทรด
จบครับ ตอนนี้ผมข้ามไปหลายขั้นตอนแล้ว
กำลังเทรดอย่างเมามันส์
ใครสนใจเชิญได้นะครับ
...เศรษฐีพันล้าน...

Proprietary trader

posted on 25 Jan 2012 23:00 by gabrial  in Trader
Prop. Trader เอาล่ะเจอและ
ผมจะเป็น Prop Trader ให้กับกองทุุนตัวเองครับ
ผมมีทุนอยู่นิดหน่อย ไม่กี่ร้อยบาท ภายในปี 2012 นี้ ผมจะมีเงินแสนให้ดู
ติดตามที่นี่ เร็ว ๆ นี้

edit @ 25 Jan 2012 23:06:51 by I'm done